เส้นทางลำเพลิน

เส้นทางลำเพลิน

ลำเพลิน หมอลำที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน  สู่ความทันสมัยของดนตรีและการแสดงหมอลำ

จากการลงพื้นที่ค้นหาข้อมูเกี่ยวกับลำเพลินจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน มีหลากหลายแนวทางและข้อคิดที่ได้รับจากศิลปินหมอลำและนักวิชาการหลายๆท่าน ลำเพลินเป็นการลำ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทุกหมู่บ้านในภาคอีสาน โดยเฉพาะฝั่งจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ดและมหาสารคาม และยังเป็นที่มาของการมีพิณ หรือ ซุงในการลำอีสานอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันลายลำเพลินก็ยังถูกนำมาประยุกต์กับแนวดนตรีลูกทุ่ง และแนวดนตรีตะวันตกผสมผสานเป็นที่ชื่นชอบของมวลชนอย่างแท้จริง 

สิ่งนี้เอง ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าลำเพลิน เปรียบดั่งสะพานเชื่อมโยงของวัฒนธรรม ยุคสมัย และผู้คนเข้าด้วยกัน  แต่หากจะลงลึกว่าลำเพลินน่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ลองมาดูแนวคิดนี้กัน

จากการสัมภาษณ์ศิลปินหมอลำหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) พ่อทองใส ทับถนน พ่อบุญมา เขาวง มือพิณผู้เชี่ยวชาญด้านลำเพลิน ต่างพูดไปในทางเดียวกันว่า ถ้าต้นทางของเสียงลำเพลินแล้วได้ยินครั้งแรก จากอาจารย์ผัน ศิลาลักษณ์ จ.ยโสธร ผู้ก่อตั้งคณะผ.รุ่งศิลป์ 

พ่อป. ฉลาดน้อย ให้สัมภาษณ์ว่า “หมอลำเพลินแตกต่างจากหมอลำแบบอื่น ลำเพลินจะต้องมีจังหวะ มีกลอง มีเสียงซุงสามสาย มีฉิ่งฉาบ ซึ่งจะมีการรำเป็นเรื่อง อย่างเช่น เรื่องขุนช้างขุนแผน โดยจังหวะของหมอลำเพลิน ฟังแล้วเร้าใจ ครึกครื้น สนุกสนาน นำมาใช้ประกอบเป็นนิทานด้วย” และหากพูดถึงว่าได้ยินจากที่ไหน พ่อป. ตอบว่า “ลำเพลินจะมีเล่นกันอยู่มากที่สุดในจังหวัดยโสธร ที่แต่ก่อนเคยขึ้นตรงกับจังหวัดอุบล แต่ต่อมายโสธรแยกออกไปเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ซึ่งจะเกิดอยู่แถวบ้านดงแคนน้อย หนองเลิง” 

ในขณะที่ พ่อทองใส ทับถนน เล่าว่า “ลำเพลินโบราณ ซึ่งลำเพลินที่ดังที่สุดคือ ลำเพลินขุนช้างขุนแผน ที่ตอนนี้เขาเอามาประยุกต์ใส่หมอลำ ใส่ลำซิ่ง มือพิณเองที่เล่นเพลงสมัยก่อนได้ก็เล่นได้บ้างไม่ได้บ้างแล้ว”
“ลายลำเพลินพอหยิบยกมาเป็นตัวตั้งตัวตีตัวต้นตำหรับ(ซ่าก็บ่ได้) คือ
1. หมอลำผัน บ้านหนองเลิง ตำบลดงแคนน้อย จังหวัดยโสธร
2. บ้านสั่งทอ บ้านกลางใหญ่ อยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
3. บ้านสร้างมิ่ง ที่ใช้เล่นเรื่องแก้วหน้าม้า

ตบท้ายด้วยพ่อบุญมา เขาวง มือพิณ อาศัยอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์เล่าว่า แกได้ยินหมอลำเพลินก็จากวิทยุ รู้ว่าเป็นของอาจารย์ผัน บ้านหนองเลิง  

จากการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็มีความเป็นไปได้จริงๆว่า ลำเพลินในยุคเริ่มต้นปรากฎตัวขึ้นในแถบจังหวัดยโสธร ก่อนจะแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่ต่างๆ เรื่องราวหนึ่งที่สามารถแสดงถึงสมมติฐานนี้ได้ คือ กลองโทน กลองโทนเป็นกลองชนิดเดียวที่ใช้ประกอบจังหวะการรำโทนหรือการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสาน ก่อนที่จะถูกนำไปแต่งตั้งเป็นการรำวง ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม บวกกับในสมัยก่อนการแสดงหมอลำเพลินจะประกอบด้วย หมอลำ แคน พิณ และกลอง ภายใต้จังหวะรำโทนหรือรำวงของภาคกลาง ในสมัยนั้นกลองโทนถูกผลิตอยู่ 2 แบบ และหนึ่งในนั้นเรียกว่า กลองโทนดินเผา ซึ่งผลิตที่จังหวัดยโสธร โดยกลองนี้จะขายเป็นของที่ระลึกเมื่อ 30-40 ปีก่อน 

ซึ่งหากมองลึกไปจนถึงคณะผ.รุ่งศิลป์ ของอาจารย์ผัน ศิลารักษ์ คณะนี้ก็ตั้งอยู่ที่จ.ยโสธร และพบร่องรอยเกี่ยวกับการแสดงขุนช้างขุนแผนเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงแรกครูผัน ศิลารักษ์ เป็นขุนแผนคนแรก ต่อมาเป็นศิลปินชื่อ ทองมี มาลัย ขุนแผนคนที่สอง ซึ่งทำให้ลำเพลินดังไปทั่วทุกที่ เนื่องจากศิลปินทองมี มาลัยมีโอกาสได้ไปอัดเสียงกับค่ายเพลงในกรุงเทพ (ตามบทสัมภาษณ์ของอาจารย์คำบน) จนมีการเผยแพร่สู่สาธารณะชนในเวลาต่อมา และทางทีมงานก็ได้ลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์อาจารย์คำบน กิจเกียรติ์ พบว่าอาจารย์เป็นผู้สืบทอดคณะหมอลำเพลินต่อจากพ่อผัน โดยมีชื่อว่าคณะอัศวินดาวรุ่ง และยังได้แปลงพื้นที่ในบ้านให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านลำเพลิน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนอีกด้วย

จะเห็นได้เรื่องราวที่ศิลปินหมอลำแต่ลท่านพูดถึงลำเพลินว่าปรากฎตัวในพื้นที่จังหวัดยโสธรทั้งสิ้น ลำเพลินยังมีเรื่องราวเชิงลึกอีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นทางดนตรี เรื่องราวของศิลปินลำเพลินแต่ละท่าน อยากให้ติดตามกันต่อไปในโพสต์หน้า 

ที่มา
1. บทความลำเพลิน ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ยุคเปิดประตูสู่อีสาน
2. นายป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม (บทสัมภาษณ์ทีม Hear & Found และ พ่อป.ฉลาดน้อย ส่งเสริมณ จ.อุบลราชธานี ปีพ.ศ. 2563)
3. นายทองใส ทับถนน (บทสัมภาษณ์ทีม Hear & Found และ พ่อทองใส ทับถนน ณ จ.อุบลราชธานี ปีพ.ศ. 2563)
4. นายคำบน กิจเกียรติ์ (บทสัมภาษณ์ทีม Hear & Found และ อาจารย์คำบน กิจเกียรติ์ ณ จ.ยโสธร ปีพ.ศ. 2563)
5. นายบุญมา เขาวง (บทสัมภาษณ์ทีม Hear & Found และ พ่อบุญมา เขาวง ณ จ.กาฬสินธุ์ ปีพ.ศ. 2563)
6. ยูทูป: ลำเพลินเจริญใจ ดาว บ้านดอน (https://www.youtube.com/watch?v=sSngCgmUuy8)
7. บทความของ “ทิดโส สุดสะแนน” จากทางเพจ “ทางอีศาน” เผยแพร่วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *